Archive for July, 2018

Jul 25 2018

การออกแบบแว่นตาโปรเกรสซีฟให้เหมาะสมกับผู้ใช้

แว่นตาโปรเกรสซีฟนั้นได้มีการออกแบบให้เหมาะสมกับผู้ใช้ โดยเมื่อมองไประยะไกลจะมองตรงที่ส่วนบนของเลนส์เป็นปกติ และ เมื่อมองใกล้มีตำแหน่งในการมองคือเหลือบตาลง ด้านล่างของเลนส์ ดังนั้นแว่นตาโปรเกรสซีฟที่ออกแบบมาได้ดีเหมาะสมกับผู้ใช้ การมองไกลและใกล้จะเป็นไปได้อย่างง่ายดาย และไม่ต้องใช้เวลาฝึกมากนัก ชนิตา กล่าวว่า สิ่งสำคัญในการเลือกแว่นตา โปรเกรสซีฟควรต้องรู้ข้อมูลหลายอย่างเพื่อให้ได้แว่นตาที่ใส่แล้วเกิดความสบายสายตา เนื่องจากมีหลายครั้งที่บางคนใส่แว่นตาโปรเกรสซีฟแล้วยัง ไม่เกิดความสบายตา นั่นอาจเป็นเพราะแว่นตา โปรเกรสซีฟยังไม่เหมาะกับผู้นั้น จึงขอแนะนำข้อมูลก่อนเลือกแว่นตาโปรเกรสซีฟ ดังนี้

1.รู้จักระดับค่าสายตาของตัวเอง เพื่อการวัดค่าสายตาในเลนส์โปรเกรสซีฟที่เหมาะสม โดยคำนึงถึงขนาดรูม่านตา คำนึงถึงลักษณะระดับการมอง การเหลือบตามองไกลใกล้ การทำงานในระยะใกล้ นิสัยการอ่านหนังสือ ต้องตรวจหาตาข้างที่ถนัดเพื่อปรับให้เหมาะสมกับการใช้งาน

2.เลือกรูปแบบแว่นตาที่เหมาะสม เช่น การเลือกรูปทรงของกรอบแว่น หรือตำแหน่งของแป้นจมูก ขนาดความกว้าง และต้องคำนึงถึงภาพลักษณ์ความสวยงามของการสวมใส่ และแม้กระทั่งความสบายในการสวมใส่

3.สังเกตพฤติกรรมการใช้สายตามีลักษณะใด เช่น พฤติกรรมการมอง การเหลือบสายตามองไกลใกล้ อายุ สุขภาพ โรคประจำตัว เพื่อเป็นข้อมูลสำคัญในการออกแบบเลนส์โปรเกรสซีฟที่เหมาะสมและมีคุณภาพสูงที่สุด

4.การวัดค่าพารามิเตอร์ของเลนส์ที่แม่นยำ ค่าพารามิเตอร์ คือ ตำแหน่งของแว่นตาเมื่อถูกสวมใส่บนหน้าของตัวคุณเองโดยมี 6 จุดสำคัญที่จะต้องวัดให้ถูกต้อง การวัดค่าพารามิเตอร์ของแว่นตาเมื่อขณะสวมใส่ที่ถูกต้องเป็นกุญแจสู่ความสำเร็จของการใส่แว่นตาโปรเกรสซีฟที่ชัดเจนในทุกระยะและสบายตาเป็นที่สุด ดังนั้นความถูกต้องของค่าพารามิเตอร์จากการวัดที่มีความแม่นยำจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก

5.มีการปรับแต่งแว่นตาให้ได้ตำแหน่งที่เหมาะสม ในการสวมใส่แว่นตาโปรเกรสซีฟจะได้รับการปรับแต่งให้ได้ตำแหน่งที่เหมาะสมในการสวมใส่ ซึ่งความเอียงของหน้าแว่นและความโค้งของกรอบแว่นจะต้องอยู่ในมุมที่ถูกต้องตามที่ได้ออกแบบเลนส์ไว้ทั้งหมด เพื่อส่งผลให้การมองเห็นชัดเจนทุกระยะและมีความสะดวกสบายในการสวมใส่มากที่สุด ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ควรรู้ เพราะแว่นสายตาที่ดีจะต้องช่วยแก้ปัญหาการมองเห็นและทำให้บุคลิกดีขึ้น ทำให้การมองเห็นชัดเจนและสบายตาเป็นที่สุด https://www.isoptik.com/th/

Jul 17 2018

พื้นฐานของการตรวจประเมินรายได้

พื้นฐานของการตรวจประเมินรายได้

การบัญชีการรับรู้รายได้เป็นกระบวนการที่อธิบายวิธีการทำธุรกรรมการขายโดย บริษัท ในงบการเงิน ในขณะที่บันทึกรายได้ บริษัท จะได้รับคำสั่งให้ปฏิบัติตามหลักการบัญชีที่ยอมรับโดยทั่วไป (GAAP) ตาม GAAP ในการจองการขายเป็นรายได้รายได้ควรได้รับการยอมรับในขั้นแรก ดังนั้นสำหรับรายได้ที่จะได้รับการยอมรับควรเป็นรายได้ที่ได้รับและรายได้ที่เป็นไปได้

จะทบทวนเทคนิคทางบัญชีของการรับรู้รายได้ที่นำมาใช้โดย บริษัท การตรวจสอบนี้จึงรับรองว่าข้อมูลที่บันทึกเป็นไปตามมาตรฐานการบัญชีแห่งชาติซึ่งมีผลบังคับใช้กับ บริษัท

การรับรู้รายได้ขั้นตอนการตรวจสอบ:

สำหรับกระบวนการตรวจสอบรายได้โดยการรับรู้รายได้การวางแผนเป็นองค์ประกอบสำคัญ กระบวนการนี้จึงเริ่มด้วยการวิเคราะห์นโยบายการรับรู้รายได้และเทคนิคของ บริษัท เพื่อให้มั่นใจว่า บริษัท ฯ ปฏิบัติตามขั้นตอนการตรวจสอบที่ต้องการ หลังจากตรวจสอบข้อสงสัยแล้วการตรวจสอบก็มาถึงระดับที่สองซึ่งเกี่ยวข้องกับการวิเคราะห์สัญญาในปีนั้น สัญญาวัสดุจะถูกแยกออกจากล็อต ผู้สอบบัญชีต้องใช้เวลาในการทดสอบว่าสัญญาเหล่านั้นได้รับการยอมรับหรือไม่ พร้อมกับนี้พวกเขามั่นใจว่างบการเงินประกอบด้วยบัญชีลูกหนี้และบัญชีรอตัดบัญชี นอกเหนือจากการทบทวนสัญญาวัสดุผู้สอบบัญชียังให้ความสำคัญกับเรื่องที่ไม่เป็นสาระสำคัญเพื่อให้แน่ใจว่าแม้จะตระหนักดีว่ารายได้เหมาะสม

ประเด็นสำคัญของการตรวจประเมินรายได้:

การทบทวน บัญชีแยกประเภท ทั่วไป :

เมื่อผู้สอบบัญชี / นักบัญชีวิเคราะห์บัญชีแยกประเภททั่วไปจะให้หลักฐานที่มีสาระสำคัญและเริ่มต้นการทดสอบขั้นตอนที่น้อยลง บัญชีแยกประเภททั่วไปได้รับการทบทวนเพื่อให้ทราบว่ายอดขายถูกบันทึกไว้ใน บริษัท ใด บริษัท หนึ่ง ข้อมูลเกี่ยวกับ Revenue Recognition Audit จะรวมถึงสินค้าที่ขายวันที่ส่งมอบ ทำให้มั่นใจได้ว่าบัญชีแยกประเภททั่วไปสอดคล้องกับธุรกรรมการขายจริงของ บริษัท ในขณะที่การตรวจสอบแม้กระทั่งนโยบายการรับรู้รายได้ของ บริษัท ก็สามารถได้รับการพิจารณา

การวิเคราะห์งบการเงิน:

สำหรับข้อมูลโดยละเอียดเกี่ยวกับการเงินของ บริษัท ผู้สอบบัญชีจะดูงบการเงินขององค์กร จากนั้นเปรียบเทียบระหว่างบัญชีแยกประเภททั่วไปกับคำสั่งที่อนุมานเพื่อค้นหาความแตกต่างที่มีอยู่ ผู้สอบบัญชีรับทราบถึงความสำคัญของงบการเงิน เป็นผู้มีส่วนได้เสียในการประเมิน บริษัท โดยข้อมูลที่ให้ไว้โดยที่

การต่อสู้กับความเสี่ยงในบัญชีลูกหนี้:

บัญชีของยอดขายที่มีกำไรสูงของ บริษัท สามารถศึกษาโดยผู้สอบบัญชีในบัญชีลูกหนี้ ข้อมูลที่กล่าวถึงจะถูกตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชีด้วยใบแจ้งหนี้การขายเดิม ความเสี่ยงหลักที่มีอยู่คือจำนวนเงินที่ลูกหนี้อาจมีการเกินจริงเนื่องจากมีการเกินจำนวนหนี้ที่ค้างชำระหรือมีการตั้งสำรองเผื่อหนี้ที่ไม่สามารถเรียกเก็บเงินได้ การตรวจสอบรายได้ช่วยให้มั่นใจได้ว่ายอดบัญชีของ บริษัท ดังกล่าวมีความถูกต้อง

รายได้ค้างจ่าย / รอตัดบัญชี:

ในขณะที่บันทึกรายได้ บริษัท อาจรวมเงินทุนคงค้างหรือผ่อนผัน ผู้สอบบัญชีไม่สงสัยเกี่ยวกับการคงค้างและการชะลอการชำระเงินเพื่อให้แน่ใจว่ามีการกล่าวถึงธุรกรรมที่แท้จริงและไม่มีใบแจ้งหนี้ที่ไม่ถูกต้อง

ข้อกำหนดเบื้องต้นสำหรับผู้สอบบัญชีรับรู้รายได้คืออะไร

ผู้สอบบัญชีต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นในการตรวจสอบบัญชีและการรับรู้รายได้ พนักงานควรให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในการตรวจสอบอย่างราบรื่น

การควบคุมภายในองค์กรเป็นกระบวนการที่ต่อเนื่องในการรวบรวมวิเคราะห์และปรับปรุงข้อมูลระหว่างการตรวจสอบ ดังนั้นการควบคุมภายใน เป็นความรับผิดชอบของผู้สอบบัญชี ผู้สอบบัญชีจะประเมินความเหมาะสมของการเงิน